จากเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุด พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานจากทั้งบ้านพักของผู้ก่อเหตุและภายในโรงเรียน รวมถึงสอบปากคำบุคคลใกล้ชิด เพื่อค้นหาสาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงของเหตุการณ์
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า หนึ่งในประเด็นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคือปัญหาส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ โดยจากการสอบถามเพื่อนสนิท พบว่า เด็กชายเคยพูดถึงความเครียดเกี่ยวกับการเรียน การทำการบ้าน และความกดดันจากทั้งผู้ปกครองและโรงเรียน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในเบื้องต้น ยังไม่พบหลักฐานยืนยันว่าผู้ก่อเหตุเคยถูกกลั่นแกล้งหรือมีปัญหาขัดแย้งกับเพื่อนร่วมชั้น ขณะที่พนักงานสอบสวนยังคงรวบรวมข้อมูลจากบุคคลแวดล้อมและพยานหลักฐานทุกด้าน เพื่อพิจารณาว่าปัจจัยใดอาจเชื่อมโยงกับการก่อเหตุ
จากการสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุเดินทางมาโรงเรียนและเข้าเรียนตามปกติเหมือนทุกวัน ก่อนจะลุกออกจากห้องเรียนและใช้อาวุธปืนก่อเหตุภายในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความสูญเสียและความแตกตื่นในวงกว้าง
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย ประกอบด้วยบุคลากรทางการศึกษาและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน 5 ราย ผู้ก่อเหตุ 1 ราย และปู่กับย่าของผู้ก่อเหตุอีก 2 ราย โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานนักเรียนเสียชีวิต ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีมากกว่า 30 ราย ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการวิ่งหลบหนี ขณะที่อีก 9 รายยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และมีนักเรียนบางส่วนได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืน
ในส่วนของการตรวจสอบพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นคอมพิวเตอร์ภายในบ้านพักของผู้ก่อเหตุ พบประวัติการเล่นเกมออนไลน์ 2 เกม ได้แก่ World of Tanks (WoT) และ Roblox นอกจากนี้ ยังพบประวัติการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงหลายกรณี โดยหนึ่งในนั้นเป็นการเข้าชมคลิปข่าวเหตุกราดยิงในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำว่า ตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการเล่นเกมหรือการรับชมเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงมีความเกี่ยวข้องกับแรงจูงใจในการก่อเหตุหรือไม่ โดยยังจำเป็นต้องพิจารณาพยานหลักฐานและข้อมูลแวดล้อมทั้งหมดประกอบกันอย่างรอบคอบ
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้ก่อเหตุเคยสัมผัสอาวุธปืนกระบอกที่ใช้ก่อเหตุมาแล้ว 1 ครั้ง โดยมีภาพถ่ายคู่กับอาวุธปืนและเผยแพร่ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัว ส่วนประเด็นการฝึกใช้อาวุธปืนนั้น ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานว่าเคยผ่านการฝึกยิงปืนอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าหน้าที่จะขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้อาวุธผ่านสื่อออนไลน์ได้อย่างกว้างขวาง
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า การสืบสวนยังเปิดไว้ทุกประเด็น ทั้งเรื่องปัญหาส่วนตัว การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน การเล่นเกม รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ แต่การสรุปสาเหตุหรือแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุจะต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจนและรอบด้าน เพื่อให้ข้อสรุปของคดีเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
