เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปีงบประมาณ 2570 ผู้สูงอายุกลุ่มใดจะได้รับเงินเพิ่มบ้าง? สำหรับประเด็นนี้ ผู้สูงอายุไม่ได้รับการปรับเพิ่มเงินพร้อมกันทุกคน เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีประกาศปรับอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบถ้วนหน้า โดยยังคงจ่ายตามอัตราขั้นบันไดที่แบ่งตามช่วงอายุ
กลุ่มผู้สูงอายุที่ได้รับเงินเพิ่มจึงเป็นผู้ที่มีอายุครบตามเกณฑ์และขยับเข้าสู่ช่วงอายุใหม่ ได้แก่ อายุครบ 70 ปี 80 ปี และ 90 ปี ซึ่งจะได้รับเบี้ยยังชีพเพิ่มขึ้นตามอัตราที่กำหนด ขณะที่ผู้สูงอายุรายใหม่ที่เข้าเกณฑ์รับสิทธิ จะได้รับเบี้ยยังชีพในอัตราเริ่มต้นเดือนละ 600 บาท ตามหลักเกณฑ์และรอบการจ่ายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตารางเช็กผู้สูงอายุได้เงินเพิ่ม ปีงบประมาณ 2570
ผู้สูงอายุที่กำลังจะขยับเข้าสู่ช่วงอายุใหม่ สามารถตรวจสอบช่วงวันเกิด อัตราเบี้ยยังชีพเดิม และจำนวนเงินที่จะได้รับตามข้อมูลสรุปต่อไปนี้
ช่วงอายุที่ขยับขึ้น วันเดือนปีเกิด เงินเดิมต่อเดือน เงินใหม่ต่อเดือน จำนวนเงินที่เพิ่ม
อายุครบ 70 ปี 2 ก.ย. 2499–1 ก.ย. 2500 600 บาท 700 บาท 100 บาท
อายุครบ 80 ปี 2 ก.ย. 2489–1 ก.ย. 2490 700 บาท 800 บาท 100 บาท
อายุครบ 90 ปี 2 ก.ย. 2479–1 ก.ย. 2480 800 บาท 1,000 บาท 200 บาท
ทั้งนี้ ตารางดังกล่าวใช้สำหรับตรวจสอบกลุ่มผู้สูงอายุที่ขยับเข้าสู่ช่วงอายุใหม่ในรอบปีงบประมาณ 2570 ส่วนเดือนที่จะเริ่มได้รับเงินในอัตราใหม่ ต้องพิจารณาจากวันเกิด ข้อมูลทะเบียนผู้มีสิทธิ และรอบการจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปี 2570 ได้เดือนละเท่าไร?
สำหรับอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังคงแบ่งตามช่วงอายุแบบขั้นบันได ตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยมีอัตราการจ่ายต่อเดือนดังนี้
ช่วงอายุ เบี้ยยังชีพต่อเดือน
อายุ 60–69 ปี 600 บาท
อายุ 70–79 ปี 700 บาท
อายุ 80–89 ปี 800 บาท
อายุ 90 ปีขึ้นไป 1,000 บาท
ผู้สูงอายุรายใหม่ ปีงบประมาณ 2570 เกิดวันไหน?
ผู้สูงอายุรายใหม่ที่อยู่ในรอบยืนยันสิทธิสำหรับปีงบประมาณ 2570 ได้แก่ ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2509 ถึง 1 กันยายน 2510 เมื่อมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ จะได้รับเบี้ยยังชีพในอัตราเริ่มต้นเดือนละ 600 บาท ตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาจ่ายของหน่วยงานท้องถิ่น
ส่วนผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยยืนยันสิทธิและมีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถติดต่อสำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่อสอบถามรายละเอียดและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด
ใครบ้างมีสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ?
ผู้ที่ประสงค์จะขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเบื้องต้นประกอบด้วย
มีสัญชาติไทย
มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบ
มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์การรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
สำหรับผู้ที่เคยยืนยันสิทธิไว้แล้ว โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ทุกปี อย่างไรก็ตาม หากมีการย้ายทะเบียนบ้าน เปลี่ยนบัญชีธนาคาร หรือมีข้อมูลส่วนตัวเปลี่ยนแปลง ควรแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันและป้องกันปัญหาการจ่ายเงินล่าช้าหรือสิทธิขาดช่วง
เอกสารที่ควรเตรียมสำหรับการยืนยันสิทธิ
ผู้สูงอายุควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้พร้อมก่อนติดต่อหน่วยงาน ได้แก่
บัตรประจำตัวประชาชน
ทะเบียนบ้านฉบับปัจจุบัน
สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารสำหรับรับเงิน
หนังสือมอบอำนาจและเอกสารของผู้รับมอบอำนาจ กรณีไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเอง
ทั้งนี้ ควรสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเข้าดำเนินการ เพื่อยืนยันเอกสารที่ต้องใช้และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
เงินยังไม่เพิ่ม หรือยอดเงินไม่ตรง ต้องตรวจสอบที่ไหน?
ผู้สูงอายุที่มีอายุครบ 70 ปี 80 ปี หรือ 90 ปีแล้ว แต่ยังได้รับเบี้ยยังชีพในอัตราเดิม สามารถติดต่อสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบวันเกิด สถานะการมีสิทธิ และรอบการปรับอัตราเบี้ยยังชีพ
การได้รับเงินในอัตราใหม่อาจไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกคน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับวันเกิด การบันทึกข้อมูลผู้มีสิทธิ และรอบการเบิกจ่ายของแต่ละพื้นที่ ดังนั้น หากพบว่ายอดเงินที่ได้รับแตกต่างจากผู้สูงอายุรายอื่น ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก่อนสรุปว่าเกิดความผิดพลาด
สรุปเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปีงบประมาณ 2570
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปีงบประมาณ 2570 ยังคงใช้อัตราการจ่ายแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ โดยยังไม่มีประกาศปรับเพิ่มอัตราแบบถ้วนหน้าสำหรับผู้สูงอายุทุกคน กลุ่มที่ได้รับเงินเพิ่มตามการขยับช่วงอายุ ได้แก่ ผู้ที่อายุครบ 70 ปี และ 80 ปี ซึ่งได้รับเพิ่มเดือนละ 100 บาท ส่วนผู้ที่อายุครบ 90 ปี จะได้รับเพิ่มเดือนละ 200 บาท
ขณะที่ผู้สูงอายุรายใหม่ที่เกิดระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2509 ถึง 1 กันยายน 2510 เมื่อเข้าเงื่อนไขครบถ้วน จะได้รับเบี้ยยังชีพในอัตราเริ่มต้นเดือนละ 600 บาท ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการทราบเดือนเริ่มรับเงินหรือช่วงเวลาปรับอัตราที่แน่นอน ควรตรวจสอบกับสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ที่รับผิดชอบโดยตรง
