– ในเดือนสิงหาคม 2559 เขาเริ่มมีอาการปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง เขาจึงซื้อยาแก้ปวดมากิน อย่างไรก็ตาม อาการปวดหัวยังคงมีอยู่
– ในเดือนมีนาคม 2560 เขาไปตรวจสุขภาพ ตรวจเลือด ปัสสาวะ และอัลตราซาวนด์ จนทราบว่า ตนเองป่วย ภาวะไตวายระยะที่ 2 เมื่ออายุเพียง 27 ปี นายทัน เผยว่า ก่อนที่เขาจะป่วย เขาเป็นคนที่มีความสุขมาก ๆ ทำกิจกรรมอย่างเต็มที่แข็งขัน แต่พอรู้ว่าเป็นโรคนี้ตอนที่เขาเพิ่งแต่งงานได้ 2 ปี ตอนนั้น ชีวิตทุกอย่างแทบจะพังทลาย
ในช่วง 3 ปีแรก หลังจากพบว่าไตวาย เขาปรับการใช้ชีวิตให้ดีขึ้นและรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ต่อมา เขาก็กลับละเลยการรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต และไม่ค่อยได้ไปตรวจสุขภาพเท่าที่ควรจะเป็น นั่นจึงทำให้อาการของเขาค่อย ๆ แย่ลง จนกระทั่ง เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา นายทันจึงต้องเข้ารับการฟอกไตและฟอกเลือดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ซึ่งการรักษาไตวายในแต่ละครั้ง มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และนายทันต้องมาทำเดือนละ 12 ครั้ง
ขณะเดียวกัน ก็ต้องดื่มน้ำตามปริมาณที่แพทย์กำหนดด้วย เพราะผู้ที่เป็นโรคไตจะไม่สามารถขับถ่ายของเหลวได้ตามปกติเช่นเดิม ดังนั้น การดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ความดันโลหิตไม่คงที่ หัวใจล้มเหลว เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ การรักษาอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษาของแพทย์ก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นเดียวกัน
คำเตือนเรื่องน้ำประเภทหนึ่งซึ่งนิยมในหมู่วัยรุ่นที่อาจทำให้ป่วยไตวาย
ทั้งนี้ นายทันยังเล่าด้วยว่า สัญญาณของไตวายมักจะสังเกตได้ยาก และโรคนี้ก็ยังเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ เมื่อตรวจพบ ผู้ป่วยจำนวนมากก็เข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว แต่ก็มีสัญญาณหลายอย่างที่สามารถเตือนผู้ป่วยไตวายได้เช่นกัน ประกอบไปด้วย
– ปัสสาวะมีฟองเหมือนฟองสบู่
– ปวดบริเวณเอวบ่อย ๆ
– ผื่นคันตามผิวหนังบ่อย ๆ
– กลิ่นปาก
– ความอ่อนแอ-เหนื่อยล้าทางร่างกาย
หากคุณมีสัญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้น การตรวจสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่มีโรคก็ถือว่าดีมาก แต่ถ้าโชคร้ายป่วยเป็นโรค ก็สามารถวางแผนการรักษาได้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้โรคดำเนินต่อไป จนสายเกินแก้