เรือเฟอร์รีบรรทุกนักเรียน-ครู 476 คนไปทัศนศึกษาอับปาง เสียชีวิต 304 ราย

โศกนาฏกรรมเรือเซวอล! นักเรียนและครูออกเดินทางไปทัศนศึกษา ก่อนเรือเอียงกลางทะเล คร่าชีวิตผู้คน 304 รายเช้าวันที่ 16 เมษายน 2557 กลายเป็นหนึ่งในวันที่เจ็บปวดที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของเกาหลีใต้ เมื่อเรือเฟอร์รีโดยสารเซวอล (Sewol) ประสบเหตุพลิกคว่ำและจมลงระหว่างเดินทางจากเมืองอินชอนไปยังเกาะเชจู เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้โดยสารและลูกเรืออยู่บนเรือรวม 476 คน ในจำนวนนี้มีนักเรียนชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนดันวอนและครูที่ร่วมเดินทางไปทัศนศึกษาเป็นกลุ่มใหญ่ ผลจากโศกนาฏกรรมทำให้มีผู้เสียชีวิต 304 คน ขณะที่ผู้รอดชีวิตมี 172 คน ตัวเลขดังกล่าวกลายเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อระบบความปลอดภัยและการช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินไม่สามารถปกป้องชีวิตผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ

เรือเซวอลออกเดินทางจากท่าเรืออินชอนในคืนวันที่ 15 เมษายน 2557 โดยมีจุดหมายปลายทางคือเกาะเชจู ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในเกาหลีใต้ นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมปลายดันวอนในเมืองอันซาน จังหวัดคยองกี เดินทางไปกับคณะครูเพื่อทำกิจกรรมทัศนศึกษา การเดินทางครั้งนี้ควรเป็นประสบการณ์ที่นักเรียนจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ นอกห้องเรียนและใช้เวลาร่วมกับเพื่อน แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าในเช้าวันต่อมา การเดินทางจะกลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้แก่ครอบครัวจำนวนมาก

ในช่วงเช้าของวันที่ 16 เมษายน เรือแล่นอยู่บริเวณน่านน้ำนอกชายฝั่งจังหวัดช็อลลาใต้ ใกล้เกาะบยองพุงโด ในเขตทะเลใกล้เกาะจินโด ก่อนเกิดเหตุเรือมีการเปลี่ยนทิศทางเดินเรือ จากนั้นตัวเรือเริ่มเอียงอย่างรวดเร็วและไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพสมดุลได้ตามปกติ ผู้โดยสารจำนวนมากซึ่งอยู่ในห้องพักและพื้นที่ต่าง ๆ ของเรือเริ่มตระหนักว่าสถานการณ์ผิดปกติ ข้าวของภายในเรือเคลื่อนตัวตามความเอียง ขณะที่การเคลื่อนที่ของผู้โดยสารทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

รายงานการสอบสวนในเวลาต่อมาพบว่า เรือมีปัญหาด้านเสถียรภาพอยู่ก่อนแล้ว ทั้งจากการดัดแปลงโครงสร้างที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอย การบรรทุกสินค้าเกินระดับที่เหมาะสม และการบรรทุกน้ำอับเฉาน้อยกว่าที่จำเป็นต่อการรักษาสมดุลของเรือ นอกจากนี้ สินค้าบางส่วนไม่ได้รับการยึดตรึงอย่างเหมาะสม เมื่อเรือเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว สินค้าจึงเคลื่อนตัวและส่งผลให้เรือเอียงมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อการสูญเสียความสามารถในการทรงตัวของเรือ

เมื่อเรือเริ่มเอียง สัญญาณขอความช่วยเหลือถูกส่งออกไป และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มรับทราบเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือในช่วงแรกกลับเต็มไปด้วยความสับสน ผู้โดยสารจำนวนมากยังคงอยู่ภายในเรือตามคำแนะนำให้รออยู่ในตำแหน่งเดิม แทนที่จะอพยพออกจากเรือทันที คำแนะนำดังกล่าวมีผลอย่างยิ่งต่อชะตากรรมของผู้โดยสาร เพราะเมื่อเรือเอียงมากขึ้น การเดินไปยังทางออกและการเคลื่อนตัวไปยังจุดปลอดภัยก็ทำได้ยากขึ้นอย่างรวดเร็ว

นักเรียนจำนวนมากยังอยู่ในห้องพักของตนเองในช่วงที่สถานการณ์กำลังเลวร้ายลง หลายคนไม่มีประสบการณ์รับมือกับอุบัติเหตุทางทะเล และต้องพึ่งพาคำสั่งจากครู ลูกเรือ และผู้รับผิดชอบบนเรือ การที่ผู้โดยสารยังคงอยู่ภายในเรือจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การอพยพในเวลาต่อมาเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่เรือค่อย ๆ พลิกตะแคงและจมลงสู่ทะเล

หน่วยงานกู้ภัยและเรือจากบริเวณใกล้เคียงเดินทางเข้าช่วยเหลือ แต่การเข้าถึงผู้โดยสารที่ติดอยู่ภายในเรือทำได้ยาก เนื่องจากตัวเรือเอียงมากขึ้นและสภาพแวดล้อมในทะเลเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน ในเวลาต่อมา เรือเซวอลจมลงอย่างสมบูรณ์ ทิ้งไว้ซึ่งผู้เสียชีวิตจำนวนมากและครอบครัวที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างไม่ทันตั้งตัว