สะเทือน! อนุทิน ขีดเส้นแล้ว โกงสอบท้องถิ่น ลั่นย้ายอย่างเดียวไม่พอ ใครเกี่ยวต้องออก

วันที่ 17 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น ระหว่างมอบนโยบายที่กระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และจากผลการตรวจสอบที่ผ่านมาเริ่มพบความเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเร่งตรวจสอบอย่างจริงจัง

นายอนุทินกล่าวว่า หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ เรื่องนี้มีลักษณะเป็นการร่วมกันทุจริตอย่างเป็นกระบวนการ ขณะที่การดำเนินการตามกฎหมายยังต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยมีหลายหน่วยงานร่วมกันสืบสวน จับกุม และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้ดำเนินการยึดทรัพย์บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องแล้วกว่า 380 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างตรวจสอบทรัพย์สินเพิ่มเติม โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลรายงานว่าสามารถยึดและอายัดทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับคดีได้แล้วกว่า 320 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรีระบุว่า กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ต้องขยายผลการตรวจสอบอย่างจริงจัง หากพบว่ามีบุคคลภายนอกเกี่ยวข้อง ต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนข้าราชการที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง การโยกย้ายเพียงอย่างเดียวถือว่ายังไม่เพียงพอ

หากการตรวจสอบพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยต้องสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลดำเนินการอย่างเต็มที่ ไม่มีความเกรงกลัวอิทธิพล และไม่มีการปกป้องช่วยเหลือผู้ใด นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินย้ำว่า บุคคลใดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวหรือพยายามปิดบังเรื่อง เพราะการกระทำดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อหน่วยงาน พร้อมเปรียบกระทรวงมหาดไทยเสมือนบ้านที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน หากมีผู้เข้ามาทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ก็ไม่เหมาะสมที่จะปล่อยให้อยู่ร่วมกันต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยรับทราบว่ามีปัญหาในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมาก่อน แต่เมื่อเข้ามารับผิดชอบและได้รับข้อมูลแล้ว จะไม่ยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าต้องให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในกระทรวงมหาดไทยเข้ามาจัดการด้วยตัวเอง นายอนุทินกล่าวว่า แม้ตนจะไม่ได้ลงพื้นที่หรือไปควบคุมการสอบสวนด้วยตัวเองตลอดเวลา แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการยั้งมือหรือละเว้นบุคคลใด หากผลการสืบสวนเชื่อมโยงไปถึงผู้ใด ก็ต้องเร่งดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเต็มที่ ก่อนพิจารณาเรื่องการโยกย้ายตำแหน่ง

นายอนุทินระบุว่า ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้น หากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ จะยังไม่พิจารณาเรื่องการเกษียณหรือโยกย้ายตำแหน่งตามปกติ

ผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องมองไปข้างหน้าและดำเนินการให้เด็ดขาด ผมไม่เคยหลุดซักเรื่อง แต่ต้องระวังไม่ให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความเสียหาย กฎหมายมีไว้ปกป้องคนทำงานสุจริต ไม่ใช่ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อขยายเวลาการสอบสวน นายอนุทินกล่าว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกำหนดกรอบให้การตรวจสอบต้องได้ข้อยุติภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยไม่เปิดทางให้ขยายเวลา เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของข้าราชการหลายคน พร้อมสั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและรองปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการให้แล้วเสร็จ

เรื่องนี้ต้องจบภายในเวลาที่กำหนด ไม่มีการปกป้องหรือช่วยเหลือใคร เวลาล่วงเลยมานานและหน่วยงานอื่นดำเนินการไปไกลแล้ว ดังนั้น หน่วยงานเจ้าของบ้านต้องเด็ดขาด นายอนุทินกล่าว