เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ชื่อของ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน อดีตอัยการ และผู้มีประสบการณ์ทำงานทั้งในแวดวงการเมือง ภาครัฐ และภาคเอกชน กลับมาเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง หลังเกิดเหตุเผชิญหน้ากับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ จนมีภาพเหตุการณ์ปรากฏต่อหน้าสื่อมวลชน
ก่อนหน้านี้ ดร.ณัฐวุฒิ เคยปรากฏชื่อในแวดวงการเมืองและกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในบทบาทที่ปรึกษารัฐมนตรี ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย อดีตข้าราชการอัยการ ตลอดจนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ โดยมีประสบการณ์ด้านวิชาการและการศึกษาหลายสาขา โดยเฉพาะกฎหมาย รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์
เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เดินทางไปยัง สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ในฐานะนักกฎหมายมหาชน ระหว่างที่นายสมชัยอยู่บริเวณสถานีตำรวจ ดร.ณัฐวุฒิ ซึ่งมารออยู่ที่ สน.ทองหล่อเช่นกัน ได้เดินเข้าไปหานายสมชัย ก่อนเกิดเหตุผลักจนอีกฝ่ายตกจากจักรยานและได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางกลุ่มผู้สื่อข่าวที่กำลังติดตามสถานการณ์ ซึ่งหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาระงับสถานการณ์และแยกตัว ดร.ณัฐวุฒิออกจากบริเวณดังกล่าว
โดยก่อนหน้านี้ ดร.ณัฐวุฒิ เคยเผชิญหน้า รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยวันดังกล่าว น.ส.รักชนกเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีโพสต์ข้อความพาดพิง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ระหว่างเหตุการณ์มีภาพของดร.ณัฐวุฒิปรากฏอยู่ในเฟรม จนเกิดเป็นคลิปที่ถูกเผยแพร่และได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ โดยมีช่วงหนึ่งที่น.ส.รักชนกพูดกับดร.ณัฐวุฒิในลักษณะขอให้ออกจากเฟรมกล้อง ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ
สำหรับบทบาทในปัจจุบัน ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ดำรงตำแหน่ง คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา พิจารณา และเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะในประเด็นต่าง ๆ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมอบหมาย โดยได้รับการแต่งตั้งตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป
ประวัติการศึกษา ดร.ณัฐวุฒิ เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยมีประวัติการศึกษาในหลายสาขา ทั้งกฎหมาย รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์
ระดับปริญญาเอก ได้แก่
– ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารกระบวนการยุติธรรม (กฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมือง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
– นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขากฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยปทุมธานี
– รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย
– ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเขียนวิจั
ระดับปริญญาโท ได้แก่
– นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง
– นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
– รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารรัฐกิจและกฎหมาย มหาวิทยาลัยรามคำแหง
– เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
– เนติบัณฑิตไทย (นบท.) สมัย 57 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
ระดับปริญญาตรี ได้แก่
– นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม
– รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
นอกจากนี้ยังผ่านการอบรมหลักสูตรสำหรับผู้บริหารและหลักสูตรด้านกฎหมายหลายหลักสูตร อาทิ หลักสูตรการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน (ปรม.) รุ่น 12, หลักสูตรการบริหารเศรษฐกิจสาธารณะสำหรับผู้บริหารระดับสูง (ปศส.) รุ่น 13 ของสถาบันพระปกเกล้า, หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนาผู้นำเมือง รุ่น 5 มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และหลักสูตรกฎหมายปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ก.ศป.) รุ่น 11 ของวิทยาลัยกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง ศาลปกครอง
รวมถึงหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาว่าความ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์, หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงธรรมศาสตร์เพื่อสังคม (นมธ.4), หลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ รุ่น 9, หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงนักยุทธศาสตร์และการป้องกันสงครามจิตวิทยาในยุคดิจิทัล (น.ยปส.) รุ่น 1, หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงบริหารงานตำรวจในยุคดิจิทัล (PADA) รุ่น 1, หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านอสังหาริมทรัพย์ (RE-CU CEO) รุ่น 5 ตลอดจนหลักสูตรด้านกฎหมายปกครอง ทรัพย์สินทางปัญญา การค้าระหว่างประเทศ และการรับรองลายมือชื่อระหว่างประเทศ (Notary Public)
ด้านการทำงาน ดร.ณัฐวุฒิมีประสบการณ์ในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะงานด้านกฎหมายและการเมือง ในสายงานราชการ เคยดำรงตำแหน่ง อัยการผู้ช่วย รุ่น 47 สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ก่อนปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอัยการประจำกอง สำนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10, อัยการจังหวัดผู้ช่วย สำนักงานอัยการจังหวัดนครพนม, รองอัยการจังหวัด สำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ และอัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุดในสำนักงานอัยการคดีแรงงาน 2 และสำนักงานอัยการคดีแรงงาน 1
ต่อมาเคยดำรงตำแหน่ง อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ก่อนลาออกเพื่อเข้าสู่สนามการเมืองและลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2566
ดร.ณัฐวุฒิ มีประสบการณ์ทำงานด้านการเมืองหลายตำแหน่ง โดยในแวดวงการเมือง ดร.ณัฐวุฒิเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในหลายกระทรวงและหน่วยงาน ได้แก่ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สภาผู้แทนราษฎร, เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านระดับสูงประจำรองนายกรัฐมนตรี และผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประสบการณ์ในองค์กรอิสระและภาคเอกชน
สำหรับประสบการณ์ในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ดร.ณัฐวุฒิเคยทำหน้าที่เป็น คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ 12 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมทั้งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัยส่วนบุคคลในหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) ระหว่างรุ่น 5 ถึงรุ่น 9 ของ กกต.
ส่วนภาคเอกชน ประกอบวิชาชีพทนายความ และเคยดำรงตำแหน่งประธานผู้บริหารสำนักกฎหมายนัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความ รวมถึงประธานกรรมการบริหารบริษัท ศิริวัฒนาพร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด, บริษัท เอ็นแอลแพ๊คกิ้งวูด จำกัด และบริษัท สำนักกฎหมาย ครีทซ์ แอนด์ เซเรบิน อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด
นอกเหนือจากงานด้านกฎหมายและการเมือง ดร.ณัฐวุฒิยังมีประสบการณ์ด้านวิชาการ โดยทำหน้าที่เป็น อาจารย์พิเศษและบรรยายพิเศษให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ในหลายสถาบัน โดยเริ่มมีประสบการณ์บรรยายพิเศษมาตั้งแต่ปี 2545 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลามากกว่า 23 ปี
จากเส้นทางการทำงานที่ครอบคลุมทั้งสายอัยการ กฎหมายมหาชน การเมือง องค์กรอิสระ ภาคธุรกิจ และงานวิชาการ ทำให้ชื่อของ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม เป็นที่รู้จักในแวดวงกฎหมายและการเมืองไทยมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่เหตุการณ์เผชิญหน้ากับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ที่ สน.ทองหล่อ จะทำให้ชื่อของเขากลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง
