แห่ร่วมอนุโมนาบุญ คุณแม่อุไรศรี คนึงสุขเกษม พร้อมครอบครัว ที่ได้บริจาคที่ดิน 90 ไร่ ซึ่งมีมูลค่าประเมินที่ดินผืนนี้กว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการสร้างสถาบันมะเร็งแห่งชาติแห่งใหม่ ซึ่งล่าสุดมีความคืบหน้าจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้เผยภาพการจัดพิธีบวงสรวง ณ พื้นที่ก่อสร้างสถาบันมะเร็งแห่งชาติแห่งใหม่ (สาขาบางขุนเทียน) เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ก่อนเดินหน้าสู่การก่อสร้างอย่างเป็นทางการ ตั้งอยู่บริเวณแขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

พื้นที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากความเมตตาของ คุณอุไรศรี คนึงสุขเกษม และครอบครัว ที่บริจาคที่ดิน เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง รองรับความต้องการบริการที่เพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับการรักษา การวิจัย และวิชาการให้ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล

จากจุดเริ่มต้นในวันนี้สู่ศูนย์กลางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งแห่งอนาคตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
ย้อนกลับไปในปี 2565 กรมการแพทย์ได้รับมอบที่ดินบริจาคจากครอบครัวคนึงสุขเกษม เนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ ในเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข โดยไม่มีเงื่อนไขและค่าตอบแทน

และได้ดำเนินการพัฒนาโครงการสถาบันมะเร็งแห่งชาติแห่งใหม่ (สาขาบางขุนเทียน) เพื่อรองรับการให้บริการรักษาโรคมะเร็งอย่างครบวงจร พร้อมยกระดับให้เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา วิจัย นวัตกรรม และการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งของประเทศและภูมิภาค
โครงการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 6 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2569–2574 วงเงินงบประมาณรวม 3,285 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารผู้ป่วยนอกที่มีห้องตรวจ 95 ห้อง ศูนย์เคมีบำบัด ศูนย์รังสีรักษาที่สามารถรองรับเครื่องฉายรังสีได้ 4 เครื่อง และมีพื้นที่ขยายเพิ่มเติมได้อีกในอนาคต ศูนย์ผ่าตัด รวมถึงอาคารผู้ป่วยในที่มีหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และหอผู้ป่วยอื่นๆ รองรับผู้ป่วยในได้ 200 เตียง โดยจะมีการพัฒนาเป็นศูนย์การแพทย์ด้านโรคมะเร็งระดับชาติครบวงจร

สำหรับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติในปัจจุบัน นั้น ตั้งอยู่บริเวณถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่เพียง 5 ไร่เศษ และเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 รวมระยะเวลากว่า 58 ปี ทำให้อาคารและโครงสร้างพื้นฐานมีสภาพเก่าและเริ่มเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ประกอบกับข้อจำกัดด้านพื้นที่และกฎหมายผังเมืองของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้การขยายพื้นที่หรือพัฒนาอาคารเพื่อรองรับบริการทางการแพทย์ และภารกิจอื่นๆของสถาบันฯในอนาคตเป็นไปได้ยากมาก
