กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300

พะเยา (22 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านรอบกว๊านพะเยา หลังจากมีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ชาวประมงพื้นบ้านสามารถดักจับ “กุ้งก้ามแดง” หรือ “กุ้งเครย์ฟิช” ซึ่งเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นจำพวกเอเลียนสปีชีส์ (Alien Species) ชนิดรุกราน ได้เป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน จนเกิดความวิตกกังวลว่าสิ่งมีชีวิตกินไม่เลือกชนิดนี้จะเข้าไปทำลายระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหารในแหล่งน้ำจืดชื่อดังของจังหวัดพะเยา

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชุมชนบ้านท่า ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา พบนายพัชรินทร์ อายุ 61 ปี ชาวประมงพื้นบ้าน กำลังนำกุ้งก้ามแดงขนาดลำตัวยาวตั้งแต่ 4-5 นิ้วขึ้นไป ออกมาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมเปิดเผยว่า ปกติตนเองจะออกเรือไปดักจับกุ้งฝอยในกว๊านพะเยา โดยใช้เครื่องมือลอบฝาชีใส่เหยื่อล่อไปวางตามจุดต่าง ๆ แต่ระยะหลังมานี้กลับมีกุ้งก้ามแดงติดลอบขึ้นมาเพิ่มขึ้นทุกวันจนน่าตกใจ ซึ่งถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน และจากการสังเกตพบว่าปริมาณกุ้งฝอยพื้นเมืองที่เคยจับได้กลับลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด คาดว่ากุ้งก้ามแดงน่าจะแพร่พันธุ์กระจายเต็มพื้นที่กว๊านพะเยาแล้ว ตนจึงตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ดักเพิ่มเพื่อเบนเข็มมาจับกุ้งก้ามแดงขาย ซึ่งสร้างรายได้เสริมได้อย่างงามในราคาถึงกิโลกรัมละ 300 บาท มีเท่าไหร่ก็ขายหมดเกลี้ยง แถมยังมีลูกค้าโทรศัพท์มาสั่งจองล่วงหน้าทุกวัน

กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300

กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300

ด้าน นายพิสิฐ์ ภูมิคง ประมงจังหวัดพะเยา ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลทางวิชาการและการควบคุมสถานการณ์ว่า จากการติดตามสื่อสังคมออนไลน์พบว่า ชาวประมงที่ใช้เครื่องมือประเภทลอบพับแบบร่ม ไซจ้อง และลอบกุ้งพับจีน สามารถจับกุ้งก้ามแดงติดขึ้นมาได้เฉลี่ยวันละ 1.5–2 กิโลกรัม (ประมาณ 15–20 ตัวต่อกิโลกรัม) ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ทางสำนักงานประมงจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากที่ผ่านมามีมาตรการควบคุมพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุมมาตั้งแต่ปี 2559 โดยสถิติระบุว่าเคยมีผู้แจ้งประกอบกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในจังหวัดพะเยาสูงถึง 550 ราย แต่ปัจจุบันได้แจ้งยกเลิกกิจการไปแล้ว 549 ราย เหลือผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมายและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเพียง 1 รายเท่านั้น

ประมงจังหวัดพะเยา คาดการณ์เบื้องต้นว่า กุ้งก้ามแดงที่หลุดรอดและแพร่กระจายพันธุ์ในกว๊านพะเยาขณะนี้ น่าจะมีสาเหตุหลักมาจากผู้ที่ซื้อไปเลี้ยงเป็นสัตว์น้ำสวยงามแล้วเกิดเบื่อหน่าย จึงนำมาปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติจนพวกมันปรับตัวและขยายพันธุ์ได้ดี เนื่องจากเป็นสัตว์ที่โตไวและกินเก่ง ทั้งซากพืช ซากสัตว์ ลูกปลา และในยามหิวจัดหรือลอกคราบก็จะกินพวกเดียวกันเอง ซึ่งทางประมงจังหวัดได้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบและขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวัง

กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300

กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300

อย่างไรก็ตาม ในมุมของชาวประมงพื้นบ้านและนักตกปลาในพื้นที่กลับมองว่า การแพร่ระบาดของกุ้งก้ามแดงกลายเป็นผลดีในแง่ของเศรษฐกิจปากท้อง โดยต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “อยากให้มีเยอะ ๆ” เพื่อจะได้จับไปขายและนำไปประกอบอาหารรับประทาน เพราะมีราคาสูงและรสชาติอร่อยเนื้อแน่นกว่าปลา โดยเปรียบเทียบกับกรณีของ “ปลาชะโด” ที่เคยแพร่ระบาดในกว๊านพะเยาก่อนหน้านี้ ซึ่งท้ายที่สุดก็ถูกมนุษย์ล่าและจับมาขายสร้างรายได้เสริมจนสามารถควบคุมประชากรได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน

กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300

กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300

กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300

กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300กุ้งก้ามแดงยึดกว๊านพะเยา ประมงพื้นบ้านพลิกวิกฤตดักขายโลละ 300