สื่อระดับโลกให้ความสนใจอย่างมาก ต่อสถานการณ์ตึงเครียดในประเทศไทย หลังเกิดกระแสต่อต้านพฤติกรรมของกลุ่มนักท่องเที่ยวและทุนจากประเทศอิสราเอล หรือที่ถูกเรียกในสื่อท้องถิ่นว่ากลุ่ม “ยิวเทา” ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างภูเก็ตและเกาะสมุย จนนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดของทางการไทย

นังสือพิมพ์ “เลอมงด์” (Le Monde) สื่อใหญ่นครฝรั่งเศส รายงานบทความวิเคราะห์ถึงรอยร้าวในสวรรค์การท่องเที่ยวของไทย โดยชี้ว่าชนวนเหตุสำคัญเริ่มบานปลายจากเกาะสมุย กรณีของ นายยาคอฟ โอฮะยอน (Yakov Ohayon) ชาวอิสราเอล ที่ก่อเหตุข่มขู่เจ้าของสวนสัตว์ Samui Exotic Park หลังเกิดข้อพิพาทเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งการไม่ยอมชำระค่าเข้าชม ก่ออันตรายต่อสัตว์ และการนำป้ายสัญลักษณ์ทางการเมืองเข้ามาในพื้นที่ จนกระทั่งศาลจังหวัดสมุยมีคำพิพากษาว่ามีความผิดจริง ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งเนรเทศนายยาคอฟออกนอกราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี
ด้านสื่ออิสราเอล “ไอ ทะเวนตี้โฟร์ นิวส์” (i24NEWS) รายงานถึงบรรยากาศความตึงเครียดบริเวณหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ที่มีชาวบ้านและกลุ่มผู้ประท้วงประมาณ 150 คน รวมตัวชูป้าย “Protect Phuket” เรียกร้องให้ยกระดับความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายกับชาวต่างชาติ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มผู้ประท้วงชาวอิสราเอล พร้อมยื่นข้อเรียกร้องให้ปรับลดระยะเวลาการพำนักทางวีซ่าจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน เพื่อลดปัญหาความวุ่นวายในพื้นที่

i24NEWS ระบุเพิ่มเติมว่า เรื่องอื้อฉาวและการประพฤติตนขัดต่อกฎหมายของชาวต่างชาติบางกลุ่ม กำลังกลายเป็นตัวบั่นทอนบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทย อย่างไรก็ดี แม้จะเกิดความตึงเครียดในเชิงพฤติกรรมและการประท้วง แต่ในภาพรวมด้านเศรษฐกิจ ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากอิสราเอลที่เดินทางมายังประเทศไทยยังคงเติบโตทำลายสถิติ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าตลอดปี 2026 จะมีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเดินทางมาพักผ่อนในไทยมากกว่า 442,000 คน ซึ่งสะท้อนว่าความนิยมในการท่องเที่ยวไทยยังคงสูง แม้จะมีความท้าทายจากปัญหากลุ่มคนส่วนน้อยที่สร้างความวุ่นวายก็ตาม
