กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Rungravee Chaiwirattikul” ออกมาแชร์ประสบการณ์สุดเหลือเชื่อ หลังมีก้างปลากดติดคอตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน แม้ไปพบแพทย์ถึง 3 ครั้ง แต่ได้รับคำยืนยันว่าไม่น่าจะมีก้างหลงเหลืออยู่แล้ว

เจ้าตัวเล่าว่า ความเหลือเชื่อของก้างปลา ตั้งแต่วันที่14เมษายน ที่ก้างปลาติดคอ 3 หมอบอกไม่น่ายังติดอยู่ ตัวเองก็คิดเช่นนั้น เพราะในคอไม่มีอาการเจ็บคอเวลาทานอาหาร แต่ยังสงสัยทำไมปวดตรงข้างคอด้านนอกหลังใบหู ก็พยายามเอามือจับกดดูทุกวัน และสงสัยว่าก้างปลามันทิ่มออกมาด้านนอกได้มั๊ย
จนตอนดึกวันที่ 24 ตอนตี 2 ก็เกิดความสงสัยกดลงไปสัมผัสได้ถึงความแหลมของสิ่งที่อยู่ในคอ มั่นใจมากว่าต้องเป็นก้างปลา แต่ไม่กล้าดึง เพราะกลัวโดนเส้นเลือดหรือเส้นประสาท ตั้งใจไปหาหมอตอนเย็นวันเสาร์

แต่ในวันที่ 25 เมษายน 2569 ตอนเช้า ความประหลาดที่ไม่น่าเชื่อก้างปลาโผล่ออกมาสะดุดมือตอนล้างหน้าที่หลังหู เอามือจับดูแหลมเหมือนปลายเข็มโผล่ออกมานอกผิวหนัง จับค่อยๆดึงดูแน่ใจว่าเป็นก้างปลาแน่ ตัดสินใจดึงออก ผลคือเลือดพุ่งและก้างปลาติดมือมาเหมือนในฟิมล์เอ็กเรย์เลย

ด้านเพจดัง “Drama-addict” ได้ออกมาอธิบายว่า กรณีลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงในทางการแพทย์ เรียกว่า “Extraluminal migration of ingested fish bone” หรือการเคลื่อนตัวของก้างปลาออกนอกหลอดอาหาร โดยมักเกิดหลังจากก้างติดคอแล้วไม่สามารถนำออกได้
เคสที่รายงานส่วนมากมักเป็นเคสที่กินปลาแล้วก็ก้างปลาติดคอ แล้วก็เอาไม่ออก ผ่านไปสักพัก (มีตั้งแต่หลักวันถึงสัปดาห์ )ปรากฏว่าตรงคอด้านนอกมีอาการบวม แดง กดเจ็บ เลยไปหาหมอ บางคนก็ถึงขั้นทิ่มออกมานอกคอให้เห็นกันจะจะเลยว่าเป็นก้างปลา

ซึ่งความน่ากลัวของภาวะนี้คือถ้า โชคร้ายก้างปลาที่ไปโดนเส้นเลือดในคอ ก็ตุยได้เลย ถ้าเกิดการติดเชื้อ มันจะกลายเป็นการติดเชื้อแบบ deep neck infection ซึ่งกรณีร้ายแรงที่สุดจะเกิดฝีหนองแล้วมันจะไหลลามไปจนถึงช่องอกและหัวใจตายได้เหมือนกัน
ใครที่กิน ปลาแล้วก้างปลาติดคอ เอาไม่ออก แนะนำว่าให้รีบไปหาหมออย่าปล่อยให้เป็นหนัก และที่สำคัญอย่าทำแบบความเชื่อเดิมๆสมัยก่อนที่คนเฒ่าคนแก่เค้าเชื่อว่าเวลาก้างปลาติดคอให้ปั้นข้าวเป็นก้อนแล้วกลืนลงไปหรือกลืนกล้วยลงไปในคอเพื่อให้ก้าง

