มื่อเร็วๆนี้ หมอเจด นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผยสัญญาณของ “ไตเสื่อมระยะแรก” บวมเท้า-หน้า ระวังอาจเป็น โรคไตเรื้อรัง โดยระบุว่า

ใครที่ยังกินเค็มบ่อย ดื่มน้ำน้อย ชอบกลั้นปัสสาวะ หรือกินยาแก้ปวดติด ๆ กัน พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่หลายคนคิดว่าไม่เป็นไรนี่แหละครับ ที่ค่อย ๆ ทำให้ไตทำงานหนักโดยไม่รู้ตัว จนวันหนึ่งเริ่มมีอาการ “บวมหน้า บวมเท้า” แต่ก็ยังคิดว่าแค่นอนน้อย หรือกินเค็มไปหน่อย ทั้งที่จริงแล้ว นี่อาจเป็นสัญญาณของ “ไตเสื่อมระยะแรก” ที่หลายคนมารู้ตัวอีกที ก็เข้าไปถึงระยะ 2–3 แล้ว เพราะช่วงแรกอาการมักไม่ชัดและถูกมองข้ามง่าย เดี๋ยวผมสรุปสัญญาณที่ต้องระวังให้ครับ
1. บวมหน้า โดยเฉพาะตอนเช้า
ตื่นมาแล้วรู้สึกหน้าบวม หนังตาบวม ใส่แหวนแน่นขึ้น ทั้งที่ไม่ได้กินเค็มจัด อาจเป็นเพราะไตเริ่มขับน้ำส่วนเกินได้ไม่ดี ทำให้น้ำคั่งสะสมตอนนอน ยิ่งเป็นบ่อย ๆ หรือบวมโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ยิ่งควรระวังว่าไตอาจเริ่มมีปัญหาแล้วโดยไม่รู้ตัว
2. บวมเท้า ข้อเท้า กดแล้วบุ๋ม
ช่วงเย็นรู้สึกเท้าบวม รองเท้าแน่น หรือกดแล้วบุ๋มแล้วเด้งช้า แปลว่ามีการคั่งของน้ำในร่างกาย ซึ่งสัมพันธ์กับการทำงานของไตที่เริ่มเสียสมดุล โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ยืนนานหรือไม่ได้กินเค็มมาก แต่ยังบวมอยู่ อาการนี้ไม่ควรมองข้าม และถ้าเริ่มบวมทั้งสองข้างแบบต่อเนื่อง อาจสะท้อนว่าระบบไหลเวียนและการควบคุมน้ำของไตเริ่มมีปัญหาชัดขึ้น
3. ปัสสาวะเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว
เช่น ปัสสาวะเป็นฟองมากขึ้น สีเข้มขึ้น หรือปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน อาจสะท้อนว่าไตกำลังมีปัญหาเรื่องการกรองของเสียหรือโปรตีนรั่ว ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของไตเสื่อมที่หลายคนไม่ทันสังเกต ยิ่งถ้ามีฟองเยอะคล้ายฟองเบียร์ หรือปัสสาวะไม่สุดบ่อย ๆ ควรเริ่มตรวจเช็ก เพราะอาจเป็นระยะต้นที่ยังย้อนกลับได้
4. เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียผิดปกติ
ไตมีหน้าที่ช่วยรักษาสมดุลของของเสียและฮอร์โมนบางอย่าง ถ้าเริ่มทำงานลดลง จะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แม้ไม่ได้ใช้แรงมาก หรือพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น บางคนจะรู้สึกไม่มีแรงตั้งแต่ช่วงเช้า หรือเหนื่อยสะสมทั้งวัน ซึ่งเป็นอาการที่มักถูกมองข้ามว่าเป็นแค่ความเครียดหรือพักผ่อนไม่พอ
5. ความดันเริ่มสูงขึ้น
ไตกับความดันเกี่ยวข้องกันโดยตรง ถ้าไตเริ่มมีปัญหา ความดันอาจเริ่มสูงขึ้นแบบไม่มีสาเหตุชัดเจน หรือคุมยากขึ้น ซึ่งเป็นทั้งสาเหตุและผลของไตเสื่อม ถ้าปล่อยไว้นานจะยิ่งทำให้ไตแย่ลงเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจร่วมด้วย ควรเริ่มวัดความดันสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยมีประวัติมาก่อน
6. คันผิวแห้ง หรือบวมร่วมกับแน่นตัว
เมื่อไตขับของเสียได้ไม่ดี อาจเกิดการสะสมในร่างกาย ทำให้มีอาการคัน ผิวแห้ง หรือรู้สึกตัวบวม แน่น ไม่สบายตัว อาการเหล่านี้มักมาแบบค่อยเป็นค่อยไป จนหลายคนชินและไม่ทันสังเกต บางรายอาจมีอาการคันตอนกลางคืน หรือรู้สึกตัวบวมแน่นเสื้อผ้าโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ซึ่งควรระวัง
7. วิธีดูแลไต ไม่ให้แย่ลง
- ลดเค็ม เลี่ยงอาหารแปรรูป
- ดื่มน้ำให้พอ (แต่ไม่ต้องฝืนดื่มเกิน)
- เลี่ยงยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ
- ไม่กลั้นปัสสาวะบ่อย
- คุมความดันและน้ำตาล
- ตรวจค่าไต (eGFR, ครีอะตินีน) เป็นระยะ
อาการบวมไม่ใช่เรื่องเล็กโดยเฉพาะถ้าเป็นบ่อยหรือไม่มีสาเหตุชัดเจน เพราะอาจเป็น “สัญญาณแรกของไตเสื่อม” ที่กำลังเกิดขึ้นแบบเงียบ ๆ หลายคนกว่าจะรู้ตัวก็เข้าสู่ระยะที่ควบคุมยากแล้ว ยิ่งสังเกตเร็ว ตรวจเร็ว และปรับพฤติกรรมเร็ว จะช่วยชะลอไตเสื่อม ลดโอกาสต้องฟอกไต และรักษาคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้จริง
