กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังเพจดังออกมาแฉพฤติกรรมแก๊งเงินกู้นอกระบบที่ตามทวงหนี้ถึงที่ทำงาน พร้อมคลิปเหตุการณ์หญิงสาวถูกลากเข้าห้องน้ำเพื่อเคลียร์หนี้ สร้างความสะเทือนใจให้สังคมอย่างหนัก ก่อนที่ความจริงของคดีจะค่อย ๆ คลี่คลาย และนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุในที่สุด

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “ซ้อเปา” โพสต์แฉพฤติกรรมกลุ่มปล่อยเงินกู้นอกระบบ ที่มีการตามทวงหนี้ถึงสถานที่ทำงาน กดดันลูกหนี้อย่างหนัก และมีคลิปหญิงสาวรายหนึ่งถูกลากเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเคลียร์หนี้สิน โดยข้อมูลระบุว่าหากลูกหนี้ไม่สามารถชำระเงินได้ทันเวลา จะถูกกดดันในลักษณะรุนแรง จนเข้าข่ายการบังคับขู่เข็ญ
ต่อมาวันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 15:00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สน.ท่าข้าม เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ก่อนจะสามารถจับกุม นายจิราภาส (สงวนนามสกุล) หรือ แบงค์ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 324/2569 ได้ หลังผู้ต้องหาเข้ามอบตัว
โดยถูกแจ้งข้อหาหนัก อาทิ
ข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้าย และมีการบันทึกภาพหรือเสียง
ข่มขืนใจผู้อื่น
นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลลามกที่ประชาชนเข้าถึงได้

จากการสอบสวนพบว่า คดีดังกล่าว ไม่ใช่เหตุการณ์ของแก๊งทวงหนี้โหด ตามที่ปรากฏในโลกออนไลน์ แต่เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างผู้เสียหายกับผู้ต้องหา ซึ่งเคยคบหากันมาก่อนประมาณ 2 – 3 ปี และมีการยืมเงินกันเป็นจำนวนมาก
ผู้เสียหายให้การว่า หลังเลิกรากันไป เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ผู้ต้องหาได้ติดตามไปหา กระชากโทรศัพท์ และบังคับพาเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนใช้กำลังทำร้ายและข่มขู่ โดยอ้างเรื่องหนี้สินเป็นเงื่อนไข บังคับให้มีเพศสัมพันธ์ พร้อมบันทึกคลิปไว้ ซึ่งผู้เสียหายยอมเนื่องจากเกรงกลัวอันตราย
กระทั่งวันที่ 13 มีนาคม 2569 ผู้เสียหายพบว่าคลิปของตนถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม ตรวจสอบพบอย่างน้อย 5 คลิป โดยบางคลิปเป็นช่วงที่คบหากันและยินยอมให้ถ่าย แต่ไม่ได้ยินยอมให้เผยแพร่ ขณะที่บางคลิปเป็นเหตุการณ์วันเกิดเหตุ ซึ่งไม่ได้ยินยอมทั้งการกระทำและการบันทึก

เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวน ตรวจสอบเส้นทางการเผยแพร่ข้อมูล และรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขอศาลออกหมายจับ จนผู้ต้องหาทนแรงกดดันไม่ไหว เข้ามอบตัว และให้การรับสารภาพบางส่วนล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 19 มีนาคม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี โดยระหว่างถูกควบคุมตัว ผู้ต้องหามีอาการเครียด มือสั่น และใช้ผ้าคลุมใบหน้าหลีกเลี่ยงการตอบคำถามสื่อมวลชน
ด้าน พ.ต.อ.วิชยานนท์ เอกตาแสง ผกก.สน.ท่าข้าม ยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่แก๊งทวงหนี้ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์คลิปของผู้เสียหายต่อ เนื่องจากเข้าข่ายละเมิดสิทธิและซ้ำเติมผู้เสียหาย อีกทั้งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลเอาผิดผู้ที่เผยแพร่คลิปเพิ่มเติม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ขณะที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ต้องหาหลายรายการอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
สำหรับปัญหาในเรื่องของการยืมเงินนั้น จากการสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหาเป็นคนที่ค่อนข้างมีฐานะ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางครอบครัวได้มีการเปิดร้านทองให้ผู้ต้องหากับพี่ชาย จนกระทั่งระยะหลังๆ พี่ชายมาดูแลธุรกิจร้านทองเต็มตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีปัญหาเรื่องเงิน เพราะต้องการนำเงินมาให้ผู้เสียหายยืม ในส่วนเรื่องจำนวนเงินนั้นขณะนี้ยังไม่ยืนยันจำนวนเงินชัดเจนว่าผู้เสียหายได้มีการยืมเงินผู้ก่อเหตุไปจำนวนเงินเท่าไหร่ แต่คาดว่า เป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างเยอะพอสมควร และปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีการใช้หนี้กับทางผู้ก่อเหตุ

